เทศบาลตำบลแม่คือ ยินดีต้อนรับทุกท่านค่ะ
 
ประวัติเทศบาล ข้อมูลทั่วไป
โครงสร้างเทศบาล
คำขวัญเทศบาลตำบลแม่คือ
วิสัยทัศน์เทศบาลตำบลแม่คือ
อำนาจและหน้าที่ของเทศบาล
รายนามคณะผู้บริหาร
รายชื่อสมาชิกสภาเทศบาลตำบลแม่คือ
อัตรากำลังของเทศบาล
ปลัดเทศบาล
สำนักปลัดเทศบาล
งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
กองคลัง
กองช่าง
กองการศึกษา
โรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลแม่คือ
ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลแม่คือ
แผนพัฒนาตำบลแม่คือ
เทศบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี
ข้อมูลสถิติรายได้ของ เทศบาล
หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อในพื้นที่
บุคคลสำคัญในตำบลแม่คือ
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับเทศบาลตำบลแม่คือ
แผนอัตรากำลัง 3 ปี
เทศบัญญัติตำบลแม่คือ/กฎหมาย ระเบียบ
กองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลตำบลแม่คือ
รายงานผลการดำเนินงาน
รายงานผลการดำเนินงานประจำปี
รายงานการกำกับดูแลรอบ 6 เดือน
social network
facebook
มาตรฐานการปฏิบัติงานและการให้บริการ
คู่มือการปฎิบัติงาน
รายงานผลความพึงพอใจในการปฏิบัติงานและบริการ
มาตรการป้องกันการทุจริต
 
 
คุยกับนายกเทศมนตรีตำบลแม่คือ
 
 
ที่อยู่ที่สามารถติดต่อได้
แผนที่เทศบาลตำบลแม่คือ
 
 
สถิิติการเข้าชมเว็บไซต์
ขณะนี้ 15 คน
สถิติวันนี้ 15 คน
สถิติเดือนนี้ 13931 คน
สถิติปีนี้ 151065 คน
สถิติทั้งหมด 1301319 คน
ตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2549
สาระน่ารู้
 

 
 



ความรู้เบื้องต้นและนิยามอุทกภัย <14/06/60>

1. อุทกภัย



 



1.1 นิยามและสาเหตุการเกิดอุทกภัย



      อุทกภัย คือ ภัยหรืออันตรายที่เกิดจากน้ำท่วม
หรืออันตรายอันเกิดจากสภาวะที่น้ำไหลเอ่อ



ล้นฝั่งแม่น้ำ ลำธาร หรือทางน้ำ
เข้าท่วมพื้นที่ซึ่งโดยปกติแล้วไม่ได้อยู่ใต้ระดับน้ำ
หรือเกิดจากการสะสมน้ำบนพื้นที่ซึ่งระบายออกไม่ทันทำให้พ้นที่นั้นปกคลุมไปด้วยน้ำ
โดยทั่วไปแล้วอุทกภัยมักเกิดจากน้ำท่วม ซึ่งสามารถแบ่งเป็นลักษณะใหญ่ๆ ได้
 2 ลักษณะ คือ



1) น้ำท่วมขัง/น้ำล้นตลิ่ง เป็นสภาวะน้ำท่วมที่เกิดขึ้นเนื่องจากระบบระบายน้ำไม่มีประสิทธิภาพ
มักเกิดขึ้นในบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำและบริเวณชุมชนเมืองใหญ่ๆ
มีลักษณะค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งเกิดจากฝนตกหนัก ณ บริเวณนั้นๆ
ติดต่อกันเป็นเวลาหลายวัน หรือเกิดจากสภาวะน้ำล้นตลิ่ง
น้ำท่วมขังส่วนใหญ่จะเกิดบริเวณท้ายน้ำและมีลักษณะแผ่เป็นบริเวณกว้างเนื่องจากไม่สามารถระบายได้ทัน
ความเสียหายจะเกิดกับพืชผลทางการเกษตรและอสังหาริมทรัพย์เป็นส่วนใหญ่
สำหรับความเสียหายอื่นๆ มีไม่มากนักเพราะสามารถเคลื่อนย้ายไปอยู่ในที่ที่ปลอดภัย



2) น้ำท่วมฉับพลัน เป็นภาวะน้ำท่วมที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันในพื้นที่
เนื่องจากฝนตกหนักในบริเวณพื้นที่ซึ่งมีความชันมาก
และมีคุณสมบัติในการกักเก็บหรือการต้านน้ำน้อย เช่น
บริเวณต้นน้ำซึ่งมีความชันของพื้นที่มาก
พื้นที่ป่าถูกทำลายไปทำให้การกักเก็บหรือการต้านน้ำลดน้อยลง บริเวณพื้นที่ถนนและสนามบิน
เป็นต้น หรือเกิดจากสาเหตุอื่นๆ เช่น เขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำพังทลาย
น้ำท่วมฉับพลันมักเกิดขึ้นหลังจากฝนตกหนักไม่เกิน
 6 ชั่วโมง    และมักเกิดขึ้นในบริเวณที่ราบระหว่างหุบเขา
ซึ่งอาจจะไม่มีฝนตกหนักในบริเวณนั้นมาก่อนเลยแต่มีฝนตกหนักมากบริเวณต้นน้ำที่อยู่ห่างออกไป
เนื่องจากน้ำท่วมฉับพลันมีความรุนแรงและเคลื่อนที่ด้วยความรวดเร็วมากโอกาสที่จะป้องกันและหลบหนีจึงมีน้อย
ดังนั้นความเสียหายจากน้ำท่วมฉับพลันจึงมีมากทั้งแก่ชีวิตและทรัพย์สิน



 



สาเหตุของการเกิดอุทกภัยจากธรรมชาติ มีดังนี้



·     ฝนตกหนักจากพายุหรือพายุฝนฟ้าคะนอง เป็นพายุที่เกิดขึ้นติดต่อกันเป็นเวลาหลายชั่วโมง
มีปริมาณฝนตกหนักมากจนไม่อาจไหลลงสู่ต้นน้ำลำธารได้ทันจึงท่วมพื้นที่ที่อยู่ในที่ต่ำ
มักเกิดในช่วงฤดูฝนหรือฤดูร้อน



·       ฝนตกหนักจากพายุหมุนเขตร้อน เมื่อพายุนี้ประจำอยู่ที่แห่งใดแห่งหนึ่งเป็นเวลานานหรือแทบไม่เคลื่อนที่
จะทำให้บริเวณนั้นมีฝนตกหนักติดต่อกันตลอดเวลา ยิ่งพายุมีความรุนแรงมาก เช่น
มีความรุนแรงขนาดพายุโซนร้อนหรือไต้ฝุ่น
เมื่อเคลื่อนตัวไปถึงที่ใดก็ทำให้ที่นั้นเกิดพายุลมแรง
ฝนตกหนักเป็นบริเวณกว้างและมีน้ำท่วมขัง นอกจากนี้ถ้าความถี่ของพายุที่เคลื่อนที่เข้ามาหรือผ่านเกิดขึ้นต่อเนื่องกัน
ถึงแม้จะในช่วงสั้นแต่ก็ทำให้น้ำท่วมเสมอ



·     ฝนตกหนักในป่าบนภูเขา ทำให้ปริมาณน้ำบนภูเขาหรือแหล่งต้นน้ำมาก
มีการไหลและเชี่ยวอย่างรุนแรงลงสู่ที่ราบเชิงเขา เกิดน้ำท่วมขึ้นอย่างกะทันหัน
เรียกว่าน้ำท่วมฉับพลัน เกิดขึ้นหลังจากที่มีฝนตกหนักในช่วงระยะเวลาสั้นๆ
หรือเกิดก่อนที่ฝนจะหยุดตก มักเกิดขึ้นในลำธารเล็กๆ
โดยเฉพาะตอนที่อยู่ใกล้ต้นน้ำของบริเวณลุ่มน้ำ ระดับน้ำจะสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
จังหวัดที่อยู่ใกล้เคียงกับเทือกสูง เช่น จังหวัดเชียงใหม่ เป็นต้น



·     ผลจากน้ำทะเลหนุน ในระยะที่ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์อยู่ในแนวที่ทำให้ระดับน้ำทะเลขึ้นสูงสุด
น้ำทะเลจะหนุนให้ระดับน้ำในแม่น้ำสูงขึ้นอีกมาก
เมื่อประจวบกับระยะเวลาที่น้ำป่าและจากภูเขาไหลลงสู่แม่น้ำ
ทำให้น้ำในแม่น้ำไม่อาจไหลลงสู่ทะเลได้ ทำให้เกิดน้ำเอ่อล้นตลิ่งและท่วมเป็นบริเวณกว้างยิ่งถ้ามีฝนตกหนักหรือมีพายุเกิดขึ้นในช่วงนี้
ความเสียหายจากน้ำท่วมชนิดนี้จะมีมาก



·     ผลจากลมมรสุมมีกำลังแรง มรสุมตะวันตกเฉียงใต้เป็นมรสุมที่พัดพาความชื้นจากมหาสมุทรอินเดียเข้าสู่ประเทศไทย
ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม เมื่อมีกำลังแรงเป็นระยะเวลาหลาย วัน
ทำให้เกิดคลื่นลมแรง ระดับน้ำในทะเลตามขอบฝั่งจะสูงขึ้น
ประกอบกับมีฝนตกหนักทำให้เกิดน้ำท่วมได้
ยิ่งถ้ามีพายุเกิดขึ้นในทะเลจีนใต้ก็จะยิ่งเสริมให้มรสุมดังกล่าวมีกำลังแรงขึ้นอีก
ส่วนมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดจากประเทศจีนเข้าสู่ไทย ปะทะขอบฝั่งตะวันออกของภาคใต้
มรสุมนี้มีกำลังแรงเป็นครั้งคราว
เมื่อบริเวณความกดอากาศสูงในประเทศจีนมีกำลังแรงขึ้นจะทำให้มีคลื่นค่อนข้างใหญ่ในอ่าวไทย
และระดับน้ำทะเลสูงกว่าปกติ บางครั้งทำให้มีฝนตกหนักในภาคใต้ ตั้งแต่จังหวัดชุมพร
ลงไปทำให้เกิดน้ำท่วมเป็นบริเวณกว้าง



·     ผลจากแผ่นดินไหวหรือภูเขาไฟระเบิด เมื่อเกิดแผ่นดินไหว
หรือภูเขาไฟบนบกและภูเขาไฟใต้น้ำระเบิด
เปลือกของผิวโลกบางส่วนจะได้รับความกระทบกระเทือนต่อเนื่องกัน
บางส่วนของผิวโลกจะสูงขึ้นบางส่วนจะยุบลง ทำให้เกิดคลื่นใหญ่ในมหาสมุทรซัดขึ้นฝั่ง
เกิดน้ำท่วมตามหมู่เกาะและเมืองตามชายฝั่งทะเลได้
เกิดขึ้นบ่อยครั้งในมหาสมุทรแปซิฟิก



 



สาเหตุของการเกิดอุทกภัยจากการกระทำของมนุษย์ มีดังนี้



·       การตัดไม้ทำลายป่า
ในพื้นที่เสี่ยงภัยเมื่อเกิดฝนตกหนักจะทำให้อัตราการไหลสูงสุดเพิ่มมากขึ้นและไหลมาเร็วขึ้น
เป็นการเพิ่มความรุนแรงของน้ำในการทำลายและยังเป็นสาเหตุของดินถล่มด้วย
นอกจากนี้ยังทำให้ดินและรากไม้ขนาดใหญ่ถูกชะล้างให้ไหลลงมาในท้องน้ำ
ทำให้ท้องน้ำตื้นเขินไม่สามารถระบายน้ำได้ทันที
รวมทั้งก่อให้เกิดความสูญเสียชีวิตและบาดเจ็บของประชาชนทางด้านท้ายน้ำ



·       การขยายเขตเมืองลุกล้ำเข้าไปในพื้นที่ลุ่มต่ำ (Flood
plain) ซึ่งเป็นแหล่งเก็บน้ำธรรมชาติทำให้ไม่มีที่รับน้ำ
ดังนั้นเมื่อน้ำล้นตลิ่งก็จะเข้าไปท่วมบริเวณที่เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำซึ่งเป็นเขตเมืองที่ขยายใหม่ก่อน



·       การก่อสร้างโครงสร้างขวางทางน้ำธรรมชาติทำให้มีผลกระทบต่อการระบายน้ำและก่อให้เกิดปัญหาน้ำท่วม



·       การออกแบบทางระบายน้ำของถนนไม่เพียงพอ ทำให้น้ำล้นเอ่อในเขตเมือง
ทำความเสียหายให้แก่ชุมชนเมืองใหญ่ เนื่องจากการระบายได้ช้ามาก



·       การบริหารจัดการน้ำที่ไม่ดีเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดน้ำท่วมโดยเฉพาะบริเวณด้านท้ายเขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำ



 
 
ข่าวสารและกิจกรรม
Copyright 2006-2019 โดย เทศบาลตําบลแม่คือ - http://www.maekhu.go.th
ที่ทำการเทศบาลตำบลแม่คือ 149 ม.2 ต.แม่คือ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ 50220
เว็บไซต์ออกแบบและพัฒนาโดย www.click2solutions.com